แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปตลอดกาลนับตั้งแต่การเข้ามาของกลุ่มทุนจากอาบูดาบี พวกเขาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงดูดนักเตะระดับโลกเข้ามาสู่ทีม และเปลี่ยนสถานะจากทีมกลางตารางสู่มหาอำนาจลูกหนังที่กวาดความสำเร็จมาแล้วนับไม่ถ้วน การใช้เงินอย่างชาญฉลาด (และบางครั้งก็บ้าคลั่ง) ในตลาดซื้อขายนักเตะคือปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้
การเซ็นสัญญานักเตะด้วยค่าตัวสถิติสโมสรกลายเป็นเรื่องปกติของทัพ 'เรือใบสีฟ้า' ไปแล้ว นักเตะหลายคนเข้ามาและกลายเป็นตำนาน ขณะที่บางคนก็อาจจะยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าคุ้มค่ากับเม็ดเงินทุกยูโรที่สโมสรจ่ายไปหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก 10 อันดับการซื้อตัวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาดูกันว่ามีใครบ้าง และผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไร คุ้มค่าตัวหรือเปล่า? ไปดูกันเลย!
ท็อป 10 แข้งค่าตัวแพงสุดแมนซิตี้
- อันดับ 1 แจ็ค กรีลิช - €117.5M
- อันดับ 2 ยอชโก้ กวาร์ดิโอล - €90M
- อันดับ 3 เควิน เดอ บรอยน์ - €76M
- อันดับ 4 โอมาร์ มาร์มูช - €75M
- อันดับ 5 รูเบน ดิอาส - €71.6M
- อันดับ 6 โรดรี - €70M
- อันดับ 7 ริยาด มาห์เรซ - €67.8M
- อันดับ 8 อายเมริค ลาปอร์ต - €65M
- อันดับ 8 ชูเอา กานเซโล่ - €65M
- อันดับ 10 ราฮีม สเตอร์ลิง - €63.7M
อันดับ 10 ราฮีม สเตอร์ลิง - €63.7M
การย้ายทีมของ ราฮีม สเตอร์ลิง จากลิเวอร์พูลมายังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 63.7 ล้านยูโร ถือเป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ถูกต้องด้วยผลงานในสนาม ภายใต้การขัดเกลาของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สเตอร์ลิงได้พัฒนากลายเป็นปีกที่มีความสามารถในการทำประตูสูงที่สุดคนหนึ่งของลีก
ความเร็วและการหาช่องว่างของเขาเป็นฝันร้ายของกองหลังคู่แข่ง เขามีสถิติการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องหลายฤดูกาล และเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และแชมป์อื่นๆ อีกมากมาย แม้จะมีเสียงวิจารณ์เรื่องการจบสกอร์ในบางครั้ง แต่สถิติโดยรวมของเขากับสโมสรก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
อันดับ 8 ชูเอา กานเซโล่ - €65M
ชูเอา กานเซโล่ คือหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ปฏิวัติวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง เขาย้ายมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัว 65 ล้านยูโร และได้เปลี่ยนนิยามของตำแหน่งฟูลแบ็คไปตลอดกาลภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขาสามารถเล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา และมักจะหุบเข้ามาเล่นตรงกลางสนามเพื่อสร้างสรรค์เกมรุกเหมือนกับเป็นเพลย์เมกเกอร์คนหนึ่ง
ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคของเขาถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นในแนวรุกชั้นนำ เขาสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างมากมายและกลายเป็นอาวุธลับของทีม อย่างไรก็ตาม บทสรุปของเขากับสโมสรอาจไม่สวยงามนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของทีม
อันดับ 8 อายเมริค ลาปอร์ต - €65M
อายเมริค ลาปอร์ต ถูกดึงตัวมาจากแอธเลติก บิลเบา ด้วยค่าตัว 65 ล้านยูโร ในฐานะเซ็นเตอร์แบ็คถนัดซ้ายที่มีความสามารถในการเล่นกับบอลสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบอย่างมาก เขาเป็นกองหลังที่จ่ายบอลจากแนวลึกได้อย่างแม่นยำ และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขึ้นเกมของทีมจากแดนหลัง
แม้ว่าช่วงเวลาของเขากับสโมสรจะมีช่วงที่ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บและการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่สูง แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาฟิตสมบูรณ์ ลาปอร์ตก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในแนวรับเสมอ เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้หลายสมัย ก่อนจะย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่ในซาอุดีอาระเบีย
อันดับ 7 ริยาด มาห์เรซ - €67.8M
หลังจากสร้างเทพนิยายกับเลสเตอร์ ซิตี้ ริยาด มาห์เรซ ได้ย้ายมาร่วมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 67.8 ล้านยูโร เพื่อไล่ล่าความสำเร็จที่สูงขึ้น เขาคือปีกที่มีเทคนิคเฉพาะตัวสูง ลีลาการลากเลื้อยที่สวยงาม และมีเท้าซ้ายที่พร้อมจะสร้างความแตกต่างได้เสมอ ท่าไม้ตายของเขาคือการลากตัดจากขวาเข้าในแล้วปั่นโค้งๆ ซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลคุ้นตาเป็นอย่างดี
ตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด มาห์เรซมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของทีมเสมอมา เขามีสถิติการทำประตูและแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ และมักจะสร้างความแตกต่างได้ในเกมใหญ่ๆ แม้ว่าเขาจะย้ายออกจากทีมไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมของสโมสร
อันดับ 6 โรดรี - €70M
ในระบบฟุตบอลของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับคือตำแหน่งที่สำคัญที่สุด และ โรดรี ก็คือคนที่ใช่สำหรับบทบาทนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เขาย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร เพื่อเข้ามาเป็นทายาทระยะยาวของแฟร์นันดินโญ่ และเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในตำแหน่งของเขา
โรดรีเปรียบเสมือนสมองของทีมในสนาม เขาควบคุมจังหวะเกม เชื่อมเกมจากรับเป็นรุก และมีความสามารถในการตัดเกมที่โดดเด่น นอกจากนี้ เขายังพัฒนาการยิงไกลจนกลายเป็นอาวุธเด็ด และเป็นผู้ยิงประตูชัยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย
อันดับ 5 รูเบน ดิอาส - €71.6M
ก่อนการมาถึงของ รูเบน ดิอาส แผงหลังของแมนซิตี้ยังคงถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ แต่การย้ายมาจากเบนฟิก้าด้วยค่าตัว 71.6 ล้านยูโร ได้เปลี่ยนโฉมหน้าเกมรับของทีมไปโดยสิ้นเชิง เขาเข้ามาพร้อมกับความเป็นผู้นำ ความดุดัน และการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม จนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ (FWA) ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก
ดิอาสกลายเป็นหัวใจในแนวรับที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ เขาสั่งการแผงหลังได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นกำแพงเหล็กที่คู่ต่อสู้ยากจะผ่านไปได้ การลงทุนในตัวเขาพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างมหาศาล และเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จของทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อันดับ 4 โอมาร์ มาร์มูช - €75M
โอมาร์ มาร์มูช คือการลงทุนเพื่ออนาคตครั้งล่าสุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะย้ายจากไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาร่วมทีมในฤดูกาล 24/25 ด้วยค่าตัวสูงถึง 75 ล้านยูโร ดาวเตะทีมชาติอียิปต์สร้างชื่อเสียงจากผลงานอันยอดเยี่ยมในบุนเดสลีกา ด้วยความเร็วจัดจ้าน ทักษะการเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว และความสามารถในการจบสกอร์ที่เฉียบคม
การมาของเขาถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเพิ่มมิติและความหลากหลายให้กับแนวรุกของทีมที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว แฟนๆ 'เรือใบสีฟ้า' ต่างจับตามองว่ามาร์มูชจะสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์ฟุตบอลของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และระเบิดฟอร์มเก่งในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ ซึ่งนี่คือความท้าทายครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขา
อันดับ 3 เควิน เดอ บรอยน์ - €76M
หากจะพูดถึงการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ จะต้องอยู่อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน การย้ายมาจากโวล์ฟสบวร์กด้วยค่าตัว 76 ล้านยูโรในตอนนั้นถูกตั้งคำถามมากมาย แต่เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียมก็ได้ใช้ฝีเท้าตอบทุกคำวิจารณ์ และยกระดับตัวเองขึ้นเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก
เดอ บรอยน์ คือหัวใจในเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างแท้จริง ด้วยวิสัยทัศน์การจ่ายบอลที่เหนือชั้น การสร้างสรรค์โอกาสที่น่าทึ่ง และการยิงไกลอันทรงพลัง เขาคือผู้เล่นที่เปลี่ยนเกมได้เสมอและเป็นฟันเฟืองสำคัญพาทีมกวาดแชมป์มาแล้วทุกรายการ ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเกินคุ้มแบบหาที่เปรียบไม่ได้
อันดับ 2 ยอชโก้ กวาร์ดิโอล - €90M
ยอชโก้ กวาร์ดิโอล คือกองหลังดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ไม่ลังเลที่จะทุ่มเงิน 90 ล้านยูโรเพื่อดึงตัวเขามาจากแอร์เบ ไลป์ซิก ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ความโดดเด่นของเขาคือความนิ่งเกินวัย ความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ และความสามารถในการเล่นกับบอลที่ยอดเยี่ยม
ดาวเตะชาวโครเอเชียสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้งานเขาทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คและแบ็คซ้าย ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในทุกบทบาท กวาร์ดิโอลไม่เพียงแต่เข้ามาเติมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ แต่ยังเป็นอนาคตในระยะยาวของสโมสรอีกด้วย
อันดับ 1 แจ็ค กรีลิช - €117.5M
การย้ายทีมของ แจ็ค กรีลิช จากแอสตัน วิลล่า มาสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ด้วยค่าตัว 117.5 ล้านยูโร ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติของสโมสร แต่ยังเป็นสถิติของเกาะอังกฤษในขณะนั้นด้วย ทำให้เขาต้องแบกรับความกดดันมหาศาลตั้งแต่ก้าวแรก ในฤดูกาลแรก เขาอาจจะยังต้องปรับตัวเข้ากับแท็กติกที่ซับซ้อนของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงคลาสบอลและทักษะการเลี้ยงบอลที่โดดเด่นอยู่เสมอ
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่สอง กรีลิชได้กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ เขามีส่วนอย่างยิ่งในการพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ประวัติศาสตร์ ทั้งการสร้างสรรค์เกม การดึงตัวประกบ และการทำงานอย่างหนักเพื่อทีม พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่แค่ปีกจอมลีลา แต่เป็นนักเตะที่เข้าใจเกมและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะของทีมอย่างแท้จริง





